บทที่ 6 พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 6 พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เธอนอนน้อยกว่าปกติ คืนไหนอ่านหนังสือเพลินกว่าจะรู้ตัวก็เกือบเช้า ไหนจะความเครียดจากการสอบและเรื่องจบการศึกษาที่ต้องจัดการต่อ ดาวจึงโยนอาการผิดปกติของร่างกายเมื่อเช้าให้กับสาเหตุเดิม ๆ ก่อนฝืนตัวเองลุกไปเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย

ก่อนเข้าห้องสอบ บังเอิญเดินผ่านร้านน้ำปั่นเจ้าประจำสายตาหันไปเป็นมะนาวลูกเขียวๆ ที่แม่ค้าเอาใส่ตะกร้าโชว์ไว้ข้างหนา wไม่รู้ว่าทำไมวันนี้เกิดเปรี้ยวปากอยากกินของที่มีรสชาติจี๊ดๆ

“ป้าคะ มะนาวปั่นแก้วหนึ่งค่ะ หนูขอเปรี้ยวมาก ๆ เลยนะคะ”

“เปรี้ยวแค่ไหนล่ะ 2 ลูกพอไหมมะนาว” แม่ค้าหัวเราะ

“เอาแบบดูดแล้วสมองลุกออกมาเต้นได้เลยค่ะ หนูต้องเข้าไปสอบ ขอปลุกมันหน่อย” เสียงหัวเราะดังขึ้นจากเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ดาวประดับรับแก้วมะนาวปั่นมาดูดอึกใหญ่เปรี้ยวจนตาหยี พร้อมกันนี้ยังรู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างทันตาเห็น ก่อนพยักหน้าพอใจ

“เป็นยังไงเปรี้ยวพอไหม”

“แบบนี้แหละ สดชื่นที่สุด”

เมื่อการสอบสิ้นสุดลงในช่วงบ่าย กลุ่มเพื่อนที่เดินออกจากห้องพร้อมกัน พร้อมใจประกาศว่าจะยังไม่กลับบ้านทันที แต่ชวนกันไปฉลองการสอบเสร็จด้วยการหาอะไรกิน ดาวประดับไม่เคยคิดคำปฏิเสธสำหรับเรื่องนี้ เพราะแน่นอนว่าหลังผ่านการอ่านหนังสือมาหนักหน่วง ร่างกายต้องการรางวัลเป็นอาหารอีสานรสแซ่บๆ

ทันทีที่นั่งลงในร้านอาหารอีสาน ดาวประดับเป็นคนแรกที่ยกมือขึ้นมาป้องปากตะโกนสั่งอาหาร โดยไม่เสียเวลาเปิดเมนู

“ส้มตำปูปลาร้า ลาบหมู น้ำตกคอหมูย่าง ต้มแซ่บ ซุปหน่อไม้ แล้วก็ไก่ย่าง เอาข้าวเหนียวด้วยนะคะ” เสียงหวานตะโกนดังชนิดที่แม่ค้าหน้าร้านไม่จำเป้นต้องเงี่ยหูฟัง

“เดี๋ยวนะดาว นี่แกไปอดอยากมาจากไหนเนี่ย”

“ไม่อด ไม่อยาก แต่สมองฉันต้องการการดูแล อ่านหนังสือมาหลายวัน เครียดจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้หิวมาก อยากกินแต่ของแซ่บ” ดาวตอบหน้าตาจริงจัง

“ช่วงนี้ฉันก็เหมือนกัน ประจำเดือนใกล้จะมา อยากกินอะไรเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ” เพื่อนอีกคนรีบสมทบ ดาวที่กำลังแกะข้าวเหนียวเข้าปากพยักหน้าทันที

“งั้นตำตะม่วงเพิ่มอีกจานดีไหม”

“เอา อื้อ แค่ได้ยินชื่อน้ำลายก็สอแล้ว”

“เพิ่มตำตะม่วงอีกจานค่ะ”

ไม่นานตำตะม่วงจานใหม่ถูกวางลงกลางโต๊ะ สองสาวขยับจานเข้าหาตัวพร้อมกันโดยไม่ต้องนัด ก่อนลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงพูดคุยเรื่องข้อสอบ ของเพื่อนนักศึกษา

กว่าจะกลับถึงห้องก็เย็นมากแล้ว ดาวประดับเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดสำหรับเปลี่ยนหลังอาบน้ำออกมา ตั้งใจจะอาบน้ำชำระความอ่อนล้าที่เผชิญมาตลอดวัน แต่เมื่อดึงลิ้นชักสำหรับใส่ชุดชั้นในออกมาเท่านั้น สายตาพลันเหลือบไปเห็นผ้าอนามัยที่ซื้อเก็บไว้ด้านใน มือที่กำลังจะหยิบเสื้อชะงักไปนิดหนึ่ง

“เอ๊ะ เดือนนี้ยังไม่มานี่หว่า” ดาวประดับพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามนับวันอยู่ครู่หนึ่งแล้วสีหน้าก็ยิ่งยุ่งกว่าเดิม

“หรือเดือนที่แล้วก็ไม่มา เอะ มาไหมนะ”

เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำ เพราะช่วงที่ผ่านมามีเรื่องให้คิดและทำมากมาย ทั้งเรื่องฝึกงาน อ่านหนังสือเตรียมสอบ ปกติรอบเดือนของเธอก็ไม่ได้ตรงเป๊ะทุกเดือนอยู่แล้ว บางครั้งมาเร็ว บางครั้งมาช้า เคยขาดหายไปบ้างจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ตกใจ

“คงเลื่อนไปอีกแล้วมั้ง” ไม่ได้ใส่ใจว่าประจำเดือนมันจะมาหรือไม่มา หญิงสาวสลัดความคิดไร้สาระแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัว

จนเมื่ออาบน้ำสบายตัวแล้ว ดาวประดับจึงหอบเสื้อผ้าใส่ตะกร้า ตั้งใจจะเอาลงไปซักยังร้านรับซัก อบ รีดใต้หอพัก หากแต่เพิ่งเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ภาพตรงหน้ากลับพร่าลงอย่างกะทันหัน

“เฮ้ย เป็นอะไรเนี่ย” อาการหน้ามืดรุนแรงจนต้องยืนนิ่ง หลับตารออยู่พักหนึ่งกว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ

ดาวประดับยกมือแตะหน้าผากตัวเอง ไม่มีไข้ แต่ร่างกายกลับหนักและเพลียอย่างประหลาด สุดท้ายจึงยกเลิกภารกิจซักผ้าแล้วคลานขึ้นเตียงแทน

“นอนก่อนแล้วกัน เมื่อคืนนอนน้อยไปแน่ ๆ เลยบ้านหมุน”

จากที่ตั้งใจเพียงพักสายตา เธอกลับหลับยาวจนกระทั่งลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าค่ำมากแล้ว ดาวประดับนอนนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนยันตัวลุกขึ้นนั่ง อาการเวียนหัวดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ความอ่อนเพลียยังติดอยู่ในร่างกาย ท้องว่างมาตั้งแต่ช่วงบ่ายเริ่มร้องประท้วง เธอจึงคว้ากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ตั้งใจจะลงไปหาอะไรกิน

ภายในซอยส่วนมากเป็นหอพักนักศึกษา ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเย็น จึงมีร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว และรถเข็นขายของกินเปิดขายเรียงกันตลอดทาง ดาวประดับเดินดูตั้งแต่ต้นซอย แต่กลับไม่อยากกินอะไรสักอย่าง กระทั่งเดินมาถึงรถเข็นขายผลไม้ปอกพร้อมกิน สายตาเธอหยุดอยู่ที่ถุงมะม่วงแก้วขมิ้นสีเขียวเหลืองนวล นาทีนั้นน้ำลายพุ่งปรี๊ดออกมาจากกระพุ้งแก้ม จนเอต้องรีบกลืนมันลงไป

“พี่คะ มะม่วง 2 ลูกค่ะ” จากที่เดินเนือย ๆ อย่างเบื่อหน่ายมาตลอดทาง ดาวประดับกระโดดเข้าไปเกาะรถเข็น ก่อนสายตาจะไล่ไปเห็นของดองเรียงอยู่ข้างกัน

“อือ แล้วก็เอามะม่วงดอง มะดันดอง องุ่นดอง อันนี้เปรี้ยวไหมคะ” พอได้คำตอบว่าเปรี้ยว เธอก็เอาเพิ่มอย่างไม่ลังเล นั

นักศึกษาผู้โหยหาของเปรี้ยว หิ้วถุงผลไม้ออกมาได้ไม่ถึงสิบก้าว กลิ่นเครื่องยำจากร้านข้างทางก็ลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง ดาวประดับหยุดเดินหันขวับไปมอง แล้วเลี้ยวเข้าไปสั่งทันที

“ยำวุ้นเส้นรวมมิตรขอแบบรสจัดเลยนะคะ”

สุดท้ายมื้อเย็นที่ตั้งใจว่าจะลงมาหาข้าวกินจึงกลายเป็นยำวุ้นเส้นหนึ่งถุง มะม่วงและของดองอีกถุงใหญ่เมื่อกลับถึงห้อง ดาวประดับเอาทุกอย่างวางบนโต๊ะแล้วลงมือกินอย่างมีความสุข

“โห สภาพ กินขนาดนี้ถ้าใครไม่รู้นึกว่าแพ้ท้องแล้วนะเนี่ย” มือบางลูบลงไปบนหน้าท้องตึงของตัวเอง

คำว่า ท้อง หลุดออกจากปาก ดาวประดับถึงกับชะงัก มือที่กำลังหยิบมะม่วงชิ้นสุดท้ายเข้าปากหยุดค้าง ใจหายวาบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“เดี๋ยวนะ...”

หญิงสาวค่อย ๆ วางมะม่วงลง แล้วนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ อาการผิดปกติหลายอย่างในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เริ่มผุดขึ้นมาในหัว ทั้งที่เธอไม่ได้อยากเรียกมันมารวมกันเลยสักนิด

“ประจำเดือนไม่มา คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด แล้วช่วงนี้ยังอยากกินแต่ของเปรี้ยวของแซ่บอย่างกับโดนผีมะม่วงดองเข้าสิง ไม่หรอกน่า ไม่มีทาง ก็ฉันกินยาแล้วนี่”

ดาวประดับจำได้ชัดว่าหลังจากเย็นวันนั้นที่มีความสัมพันธ์แบบไร้การป้องกันเพราะมันแต่เมามันส์สะท้านห้องเก็บเอกสาร ต่อให้คืนนั้นเธอไม่ได้กินยาคุมฉุกเฉินในทันที แต่เช้าวันรุ่งขึ้นก็แวะร้านขายยาและกินยาคุมฉุกเฉินเรียบร้อย ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เรื่องนี้เสียหน่อย แล้วช่วงเวลาที่เธอกินยา มันก็ยังอยู่ในช่วงปลอดภัยด้วย ไม่มีอะไรตกอยู่ในความเสี่ยงสักนิด

“บ้ากินยาแล้ว จะท้องได้ยังไง” หากแต่พอพูดออกมาแล้ว กลับไม่มีความมั่นใจเลยสักนิดเดียว

“แล้วสมมุติว่า ท้องล่ะ” ดาวประดับก้มลงมองถุงมะม่วงตรงหน้า ก่อนจะรีบเถียงตัวเอง

“บ้า จะท้องได้ยังไง ก็กินยาแล้วไง”

คืนนั้นดาวประดับขึ้นเตียงนอนเร็วกว่าปกติ แต่แทนที่จะหลับ กลับนอนพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่ใต้ผ้าห่ม ความคิดที่พยายามปัดทิ้งวนกลับมาใหม่ทุกครั้ง ที่กำลังจะเคลิ้ม

“ไม่ใช่หรอก ไม่ท้อง แต่ประจำเดือนไม่มานานแค่ไหนแล้วนะ กินยาแล้วด้วยไม่มีทาง แล้วถ้ามันไม่คุมล่ะ โอ๊ย! ไม่คิดแล้ว”

มือบางคว้าหมอนขึ้นมากอด พยายามบังคับตัวเองให้หยุดฟุ้งซ่าน แต่สุดท้ายกลับลุกจากเตียง หยิบหนังสือสวดมนต์ขึ้นมา ไหน ๆ สมองก็ไม่ยอมสงบ ลองพึ่งสิ่งเอาธรรมมะเข้ามาช่วยแล้วกัน

“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต...” เสียงสวดมนต์ดังงึมงำอยู่ภายในห้องพักนานเกือบชั่วโมง จนกระทั่งท่อนสุดท้ายของหนังสือสวดมนต์จบลง มือพนมยกขึ้นมาจรดหน้าผาก

“สาธุ อย่าให้เป็นแบบนั้นเลยนะคะ อย่าท้องเลย...เพี้ยง” หลังฝากเรื่องใหญ่ไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อย ดาวประดับจึงล้มตัวกลับลงไปนอนได้อย่างสบายใจ

หากแต่เช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันส่งสัญญาณตอบรับ ร่างกายเธอก็จัดการตอบมาก่อน ดาวประดับสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมอาการคลื่นไส้รุนแรง จนต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาเจียนครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบไม่มีอะไรเหลือในท้อง คราวนี้ความมั่นใจที่เคยมีว่ายาคุมฉุกเฉิน จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่จริงใช่มั้ยเนี่ย ทำยังไงดีละ” หน้าซีด ปากสั่นบ่นพึมพำกับตัวเอง มือวางลูบคลำหน้าท้องเพื่อสังเกตสิ่งผิดปกติ แต่คลำยังไงก็ไม่เห็นว่ามันจะโป่ง จะนูนแตกต่างจากเดิม

sds

บทก่อนหน้า
บทถัดไป